|
Pippin The Musical *
****
เรื่องราวของผู้ที่ได้รับชมสดๆ จากโรงละคร "Bangkok Theatre@Metropolis" และความรู้สึกในการเยือนโรงละครแห่งนี้
ร่วมสัมผัสความมหัศจรรย์ของละครบรอดเวย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี “PIPPIN” ดำเนินงานสร้างโดย ภาควิชาศิลปะการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
______________________________________________________________________________
BEGIN :
ผมเดินเข้าสู่โรงละครด้วยความเอิบอิ่มและความสดใสหลังจากที่พึ่งชมละครเวทีเรื่อง"เทพนิยำ ตน
อลหม่าน นิทานอลเวง" ของคณะนิเทศศาสตร์จุฬาฯมา
ทำให้ผมนั้นรู้สึกกระปรี่กระเปร่า ซักพักหนึ่ง รวมไปถึงผมได้เห็นวงดนตรีชุดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่
เคียงข้างเวทีอันอลังการที่ถูกปิดไปให้อยู่ในความมือมิด เพื่อที่จะรอผู้ชมเข้ามาเสพสรรพสิ่งที่จะเกิด
ขึ้นในบทต่อไปของละครที่กำลังจะเริ่มเล่นต่อไป... Pippin เริ่มแสดงตามเวลาที่กำหนด โดยที่ละครเรื่องนี้อย่างที่ได้เกริ่นน้ำไว้แล้วว่าเป็น
ละครบรอดเวย์ ผมเชื่อว่าต้องเป็นเรื่องราวที่สนุกสนานและให้แง่คิดดีๆ อย่างที่ผมนนั้นเคยได้จาก
ละครเวทีของภาควิชานี้(ที่ผมเคยผ่านตามาก็คือ M Butterfly ที่มีเนื้อหาและประเด็นดีมากทีเดียว)
เปิดฉากแรก ที่เปิดเจ้าของโชว์ที่เน้นผู้เล่าเรื่องทั้งหมดด้วยชุดสีขาวบทฉากอลังการพร้อมกับเวทีที่
ถูกออกแบบมาให้สามารถใช้เนื้อที่ข้างใต้ของเวทีในการแสดงได้ ฉากหลังที่เป้นดั่งตู้กระจกที่สามารถ
จะเปิดเข้าออกรวมไปถึงย้ายมันออกไปจากเวทีนั้นได้ (นับว่าเป็นฉากที่ดูดี และสร้างสรรค์มากทีเดียว) แล้วทุกอย่างกำลังจะเริ่มต้นขึ้นบนเวที ที่เต็มไปด้วย The Crown ที่พยายามสร้างความ
บันเทิงให้กับคนดูเพื่อที่จะเปิดตัวของ Pippin ให้กับผู้ชม และมาถึงฉากเปิดตัวฉากนี้สามารถใช้ศักยภาพของเวทีออกมาได้อย่างครบถ้วน โดยการที่นำตัว
ละครออกมาจากภายในกล่องที่ถูกเจอพื้นข้างล่างเรียนร้อยแล้ว ก่อนที่จะกล่าวถึงความสำเร็จทางด้าน
การศึกษาของปิ๊ปปิ้น ที่ถือว่าเป็นสิ่งแรกที่ปิ๊ปปิ้นนั้นได้คนพบ แต่...ชีวิตเรามันต้องมีอะไรอีกซิน่า ปิ๊ปปิ้น ออกจากมหาวิทยาลัยแล้วกลับมายังเมืองของตนเอง ที่มีพ่อเป็นกษัตริย์ปกครองอยู่ และขณะ
นั้นกำลังจะมีศึกสงคราม และแน่นอนปิ๊ปปิ้น เข้าร่วมทำสงคราม และก็ได้รับชัยชนะอย่างที่เป็นอยู่ เพียงแต่ว่ารสชาติของชัยชนะ มันก็คงไม่ใช่สิ่งที่เค้าแสวงหาซักเท่าไหร่ เค้าแสวงหาสิ่งที่เค้าต้องการ
มันคืออะไรกันแน่ ความสุข หรือ แล้วมันคืออะไรกัน อำนาจ ความเป็นธรรม เรื่องราวมากมายที่กำลัง
รอให้เค้าคนหากับบุลคลต่างๆอีกมากมายทั้งหลาย ทั้งย่าของเค้า รวมไปถึงการก่อการกบฎ เพื่อที่จะ
มอบความชอบธรรมให้กับประชาชน จนทำให้เค้าเห็นว่า มันไม่มีความเป็นธรรมเท่าไหร่หรอก บน
โลกใบนี้ และปิ๊ปปิ้น ก็ละทิ้งแล้วแสวงหาสิ่งที่เป้นตัวเอง สิ่งที่ตัวเองนั้นต้องการ ทั้งการทำศิลปะ ต่างๆ
แต่มันก็ไม่ใช่หนทางที่ปิ๊ปปิ้นนั้นต้องการเอาเสียเลย จนมาพบกับแม่ม่ายลูกติดอย่างแคทเทอรีนในช่วงเวลาที่ปิ๊ปปิ้นนั้นหมดหวังอย่างที่สุด เค้าไม่ต้องการ
ที่จะทำอะไร นอกจากอยู่บนเตียง และนอนอย่างไร้จุดหมาย แม้แต่ลูกชายของแคททอรีนมาเล่นกับเค้า
พร้อมกับนำเป็ดที่เค้าเลี้ยงไว้มาทำความรู้จัก ปิ๊ปปิ้นก็ไม่แยแส จนกระทั่งมาถึงวันนึงที่เด็กน้อยนั้น
สูญเสียเป็ดที่เค้าเลี้ยงไป แล้วสูญเสียความร่าเริงไปพร้อมกับมัน ปิ๊ปปิ้นจึงได้ทำทุกอย่างให้เด็กน้อย
นั้นกลับมามีชีวิตชีวาเหมือนดั่งเดิม โดยที่เน้นเรื่องที่น่าประหลาดใจของแคทเทอรีน มาก ปิ๊ปปิ้นอาศัยอยุ่กับแคทเทอรีน เป็นเวลานาน นานเพียงพอที่จะเกิดความรู้สึกดีๆเกิดขึ้นกับเค้า แต่
ทุกอย่างก็ไม่เป้นดั่งใจ เพราะว่าสุดท้ายแล้วเจ้าของโชว์คนนั้น ไม่ต้องการให้แคทเทอรีนเกิดความ
รู้สึกใดใด กับปิ๊ปปิ้น แล้วยังไงหละ... ทุกอย่างก็พามาถึงฉากจบอันวิเศษ ที่เจ้าของโชว์นั้นประเคนมาให้ปิ๊ปปิ้น ได้แสวงหาความสุขที่ตนนั้น
ต้องการ ความหมายของชีวิตที่ปิ๊ปปิ้นนั้นแสวงหาชั่วชีวิต ฉากจบอันวิเศษนั้นไม่ใช่อะไรนอกจากการ
ที่ให้ปิ๊ปปิ้นลงไปนอนบนกองเพลิงที่พร้อมจะแผดเผากายของเค้าให้เป็นเถ้าธุลี เพียงแต่ ปิ๊ปปิ้นนั้น
ไม่ได้ต้องการฉากจบแบบนั้นเสียแล้ว เมื่อแคทเทอรีนและลูกชายของเธอเดินออกมา แล้วปิ๊ปปิ้นก็
พร้อมจะเลือกเธอ ทุกอย่างกับสู่สามัญ ไม่มีฉากอันสวยหรู ไม่มีดนตรีบรรเลง ไม่มีเสื้อผ้าที่สวยงาม ไม่มีแม้แต่ไฟที่จะ
สาดส่องพวกเค้าให้เฉิดฉาย มีเพียงเค้าทั้ง 3 จับมือกัน ในฉากจบที่สุดแสนจะสามัญ จบด้วยความหมายง่ายๆของชีวิต ความรัก...
The End ..
* * * * *
เ รื่ อ ง ย่ อ ส รุ ป โ ด ย ร ว ม ..
เจ้าชายปิ๊บปิ้น รัชทายาทกษัตริย์ชาลเลอเมญ แห่งจักรวรรดิโรมัน
สำเร็จการศึกษาสรรพวิทยาการ
แต่ยังปรารถนาที่จะค้นพบคุณค่าของชีวิตและตัวตนที่แท้จริง
ตัวตนที่เขาเชื่อว่ามีความพิเศษและนั่นจึงจะทำให้เขาพบจิตอันเสรีซึ่งคือความสุขที่แท้จริง
เขาแสวงหาและเรียนรู้โลกผ่านสงคราม เพศรส การเมือง อำนาจ ไปจนถึงความรัก
และวิถีชีวิตสามัญ แต่เขาก็ยังไม่พบความสุขนั้น
ก่อนที่เขาจะถูกบังคับให้เผชิญหน้าและเลือกเอาความตายเพื่อแสวงหาคำตอบของปริศนาในชีวิตนั้น
เขาก็ได้ตระหนักถึงความจริงว่าเขามิได้เป็นมนุษย์
ที่พิเศษเสียจนไม่มีสิ่งใดคู่ควร
หากเขาไม่เรียนรู้ที่จะ"ผูกพัน"กับสิ่งใดอย่างแท้จริง
เขาก็จะไม่มีวันได้พบความสุขจากจิตใจที่เสรี

- เรื่องแรกเลยที่มีปัญหามากๆสำหรับการดูละครเรื่องนี้ คือไม่มีช่วงจังหวะหยุดพักของคนดู ด้วย เนื้อหาสาระที่เกิดขึ้น อาจจะเป็นเพราะฉากที่พร้อมจะเอามาใช้ได้ทุกเมื่อ เลยทำให้ไม่มีการพักของ นักแสดงและคนดู บางทีจึงยังไม่มีการเรียนเรียงความคิดหลังจากที่ดูในแต่ละฉากเสร็จ ทำให้เกิด การล้าในบางช่วง (โดยเฉพาะช่วงกลางๆที่ปิ๊ปปิ้นนั้นทำการกบฎ ต่อพ่อของตนเอง นั้นมีเนื้อหาค่อน ข้างเยอะและควรจะมีช่วงพักลำดับความคิด) รวมไปถึงไม่มีเบรคขั้นกลางให้พักเหนื่อยกันเสียด้วย ถ้ามีเบรคขั้นกลางอาจจะทำให้มีความสุขมากกว่านี้ก็เป็นไปได้
- เรื่องของเพลง เกิดการเปรียบเทียบในเรื่องของเพลงประกอบในการเล่าเรื่อง เพราะละครเวที ของจุฬา ก็ดันเป็นละครเพลงและเป็นละครเพลงที่ดีอีกตะหาก มันเลยเกิดข้อเปรียบเทียบไล่มาได้ดังนี้
1. เรื่องของการร้อง ที่ต้องเปล่งเสียงร้องออกมานั้น นักแสดงมีปัญหาในการควบคุมเสียงมาก อาจ จะเป็นเพราะต้องเดินไปร้องไปด้วยกระมัง แต่ในเรื่องนี้มีนักแสดงคนนึงที่เสียงดีจริงๆนั่นก็คือ คุณพิจิตา (ลูกหว้า ดูบาดู) ที่ร้องเสียงออกมาได้ดีเสียจริง
2. เรื่องของการเรียบเรียงเพลง ดนตรีดี แต่มีปัญหาที่เนื้อร้อง เนื้อร้องไม่สามารถที่จะบ่งบอกรวม ไปถึงนำพาเราไปยังเรื่องราวที่ต้องการจะบ่งบอกได้ดีเท่าที่ควร ทั้งที่ละครเพลงควรจะใช้เพลงให้ เป็นจุดแข็งในการเล่าเรื่อง ก็ถือว่ายังไม่ดีนักในจุดนี้ (แต่ก็พอทำใจได้เพราะรู้ว่ามันทำยาก)
3. จังหวะปล่อยเพลงมาในเรื่องนั้นดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่ บางจังหวะอาจจะดูพร่ำเพื่อไปบ้าง แต่ก็พอรับได้ในบางจังหวะ ถ้าใช้วิธีการพูดธรรมดานั้นอาจจะดีเสียกว่า
- เรื่องราวของดนตรีที่มีในเรื่อง มีปัญหามาก คือดนตรีนั้นรกเกินไปบางจังหวะนั้นไม่มีเสียงดนตรี ก็ได้ แต่เรื่องนี้จะมีดนตรีคลอตลอดจนบางทีนั้น เนื้อหาที่สำคัญที่นักแสดงกำลังจะบอกกล่าวกับผู้ชม นั้นดูด้อยลงไป แต่ก็ขอชมวงดนตรีวงนี้ที่แสดงได้ดีและ ไพเราะมากๆในบางฉาก
- การแสดง ชื่นชมผู้ที่แสดงเป็นเจ้าของโชว์จริงๆ เพราะว่าเรื่องนี้คือเรื่องของเค้า เค้าแสดงได้ บทบาทและดึงความสนใจของเราไปได้อย่างเต็มเปี่ยม โดยที่นักแสดงหลายๆคนก็เล่นดี โดยเฉพาะ กลุ่ม dancer ที่ทำหน้าที่ได้ดีจริงๆ ยอมรับเลย คุณย่าของปิ๊ปปิ้นรวมไปถึงคุณลูกหว้าที่รับบท เป็นแคทเทอรีน เทอแสดงได้ดีจริง การแสดงของเรื่องนี้ถือได้ว่าเป็นหน้าตาของละครโดยแท้ แต่ใน บางการแสดงก็ดูเยิ่นเย้อไปบ้าง ก็ให้อภัยกันได้ - เรื่องของ stage ผมชอบมากเลยครับ สำหรับ เรื่องของเวทีที่ถูกทำขึ้นในละครเรื่องนี้ มัน แสดงให้เห็นและถูกใช้ได้เต็มศักยภาพของนักแสดงและ เรื่องราวทั้งหลาย มันช่างดูง่ายและยอด เยี่ยมจริงๆ
SPECIAL THANKz :
http://patzh.spaces.live.com
|